
วันที่ 12 มีนาคม (ช่วงเช้ามืดเวลาประเทศไทย) — ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ลงสนามฟาดแข้งกันอีก 4 คู่ โดยไฮไลท์อยู่ที่ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด เปิดบ้านถล่ม แมนฯ ซิตี้ 3-0 กุมความได้เปรียบมหาศาล เช่นเดียวกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่โชว์ฟอร์มโหดไล่ยิง เชลซี 5-2 ขณะที่ "ม้าพยศ" โบโด/กลิมต์ ยังคงเป็นม้ามืดหลังปราบ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 3-0 ส่วน อาร์เซน่อล ทำได้เพียงบุกไปเจ๊า เลเวอร์คูเซ่น 1-1 หยุดสถิติชนะรวดในรายการนี้ไว้ที่ 8 นัด
เลเวอร์คูเซ่น 1-1 อาร์เซน่อล
เริ่มเกมในนาทีที่ 46 "ห้างขายยา" ได้เฮก่อนจากจังหวะเตะมุมเปิดเข้าประตู โดยเป็น โรเบิร์ต อันดริช ที่สอดขึ้นมาโหม่งที่เสา สองให้เจ้าบ้านนำ 1-0 เกมทำท่าจะจบลงด้วยชัยชนะของเจ้าถิ่น แต่ในนาทีที่ 89 โนนี่ มาดูเอเก้ โดนสกัดล้มในเขตโทษ ผู้ตัดสินเช็ค VAR ก่อนเป่าเป็นจุดโทษ และเป็น ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่สังหารประตูคืนถิ่นเก่าไม่พลาด จบเกมเสมอกันไป 1-1
เรอัล มาดริด 3-0 แมนฯ ซิตี้
"ราชันชุดขาว" โชว์ความเฉียบคมในจังหวะสวนกลับ นาทีที่ 20 เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ ลากบอลหนีทั้งผู้เล่นแนวรับและดอนนารุมม่าก่อนยิงเข้าไปให้ทีมนำ 1-0 จากนั้นนาทีที่ 27 บัลเบร์เด้ คนเดิมบวกประตูที่สองให้ทีมหนีเป็น 2-0 ก่อนที่เจ้าตัวจะมาทำ "แฮตทริก" ได้สำเร็จในนาทีที่ 42 ช่วยให้ เรอัล มาดริด ถล่มเอาชนะไปได้ก่อนในนัดแรก 3-0
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 5-2 เชลซี
เกมรุกของเปแอสเชทำงานอย่างหนัก โดยได้ประตูนำก่อนจาก บราดเลย์ บาร์โคล่า ในนาทีที่ 10 ก่อนที่ มาโล กุสโต้ จะตีเสมอให้เชลซีในนาทีที่ 28 จากนั้น อุสมาน เดมเบเล่ ยิงให้ปารีสนำอีกครั้งนาทีที่ 40 แต่ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ก็ตามตีเสมอให้สิงห์บลูส์เป็น 2-2 ในนาทีที่ 57
ช่วงท้ายเกม ปารีสฯ เร่งเครื่องรัว 3 ประตูรวดจาก วิทินญ่า (นาที 74) และ ควิชา ควารัตสเคเลีย ที่เหมาคนเดียวสองประตูในนาทีที่ 86 และช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จบเกมปารีสชนะขาดลอย 5-2
โบโด/กลิมต์ 3-0 สปอร์ติ้ง ลิสบอน
ทีมม้ามืดจากนอร์เวย์ยังแผลงฤทธิ์ต่อเนื่อง ได้ประตูออกนำจากจุดโทษของ เฟรดริก เฟรดริกเซ่น ในนาทีที่ 32 ต่อมาในช่วงทดเจ็บครึ่งแรก ออสก้า บลูมเบิร์ก ยิงมุมแคบให้ทีมหนีเป็น 2-0 และมาได้ประตูปิดกล่องจาก เยนส์ เพตเตอร์ เฮาเก้ ในนาทีที่ 71 จบเกมเจ้าบ้านชนะไปอย่างสวยงาม 3-0