
นักข่าว โรมาโน พูดถึงความคืบหน้าในการหาผู้จัดการทีมคนใหม่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
โรมาโน: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจปลด รูเบน อโมริม ทันทีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ของสโมสร ก่อนหน้านี้ผมได้อธิบายรายละเอียดผ่านช่องยูทูบของผมไปแล้วถึงสาเหตุที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ รูเบน อโมริม ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งเรื่องตลาดซื้อขายนักเตะและประเด็นอื่นๆ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้มีความแตกต่างอย่างมากเมื่อเทียบกับกรณีของ เอ็นโซ มาเรสกา กับ เชลซี เพราะมาเรสกาเป็นฝ่ายเลือกเดินจากเชลซีไปเองเนื่องจากความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดมาก ทั้งสองฝ่ายจึงตัดสินใจแยกทางกัน แต่ในครั้งนี้เป็นฝั่งบอร์ดบริหารและเจ้าของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ตัดสินใจปลด รูเบน อโมริม
เพียง 12 ชั่วโมงก่อนจะถูกปลด อโมริมยังคงกล่าวในงานแถลงข่าวว่าเขาจะอยู่กับทีมต่อไปอีก 18 เดือน และจะไม่ลาออกเด็ดขาดนอกจากบอร์ดบริหารจะเป็นฝ่ายขยับตัว ซึ่งสุดท้ายบอร์ดบริหารก็ตัดสินใจปลดเขาจริงๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับอโมริมและทีมงานรวม 10 ล้านปอนด์ เนื่องจากเขามีสัญญาจนถึงเดือนมิถุนายน 2027 โดยสโมสรจะทยอยจ่ายเงินจำนวนนี้ไปจนถึงวันสิ้นสุดสัญญาเดิม แต่หากภายในปีครึ่งข้างหน้ามีสโมสรอื่นต้องการดึงตัวอโมริมไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอาจจะเจรจาขอยกเลิกสัญญาล่วงหน้ากับกุนซือชาวโปรตุเกสรายนี้ ทั้งนี้ มูลค่ารวมของสัญญาอโมริมตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024 อยู่ที่ 27 ล้านปอนด์ ซึ่งรวมถึงค่าเหนื่อย ค่าชดเชย และค่าฉีกสัญญาที่จ่ายตอนดึงตัวเขามา
ในขณะนี้ โซลชา คือตัวเต็งอันดับหนึ่งสำหรับตำแหน่งผู้จัดการทีมคนใหม่ เขาได้มีการพูดคุยในเชิงบวกกับสโมสรแล้วและการเจรจากำลังดำเนินไปได้ด้วยดี นอกจากนี้สโมสรยังมีการพูดคุยกับ ไมเคิล คาร์ริค ด้วย แต่เห็นชัดว่าโซลชาคือตัวเลือกแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดหวังว่าจะหาทางออกในรูปแบบผู้จัดการทีมชั่วคราวไปจนจบฤดูกาลนี้ ก่อนที่จะเฟ้นหาผู้จัดการทีมระยะยาวในช่วงหน้าร้อน โดยปัจจัยสำคัญที่สโมสรจะนำมาพิจารณาคือ "ประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีก"
คุณจะได้ยินชื่อโค้ชหลายคนที่มีข่าวกับตำแหน่งนี้ แต่การแต่งตั้งกุนซือคนใหม่จะเชื่อมโยงกับประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกอย่างแน่นอน สโมสรต้องการใครสักคนที่สามารถเข้ามาช่วยเหลือทีมได้ทันทีและสร้างผลลัพธ์ที่รวดเร็ว หลายคนถามผมว่าใครคือตัวเต็งที่จะคุมทีมถาวรในช่วงหน้าร้อนปี 2026 ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะตอบ เพราะการพูดคุยภายในเพิ่งเริ่มต้นขึ้น ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับทุกคนในสโมสร ตั้งแต่ เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ เจ้าของร่วม, โอมาร์ เบอร์ราดา ซีอีโอ, เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการเทคนิค ไปจนถึงสมาชิกคนอื่นๆ ทุกคนรู้ดีว่าหลังจากยุคของอโมริม พวกเขาจะทำพลาดอีกไม่ได้แล้ว
นอกจากประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกที่เป็นปัจจัยสำคัญแล้ว การทำฟอร์มการเล่นที่มีคุณภาพและการไว้ใจผลักดันนักเตะดาวรุ่งก็เป็นสิ่งที่สโมสรคาดหวัง โดยเฉพาะแรตคลิฟฟ์ที่ต้องการให้ทีมปั้นอัจฉริยะจากอคาเดมี่ของตัวเอง ส่วนเรื่องรายชื่อกุนซือที่ชัดเจนนั้นยังต้องรอเวลา ผลการแข่งขันฟุตบอลโลกอาจมีผลต่อโค้ชบางคนที่คุมทีมชาติอยู่ในตอนนี้ ซึ่งอาจกลายเป็นตัวเลือกหลังจบศึกฟุตบอลโลก เราต้องมารอดูกันว่าสโมสรจะวางกำหนดการแต่งตั้งเมื่อไหร่
นอกจากนี้ ผมบอกคุณได้เลยว่าเมื่อหน้าร้อนปี 2024 ตอนที่สโมสรพิจารณาเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมและปลด เอริค เทน ฮาก มีโค้ชสองคนอยู่ในรายชื่อคือ โธมัส ทูเคิล และ โรแบร์โต เด แซร์บี ซึ่งตอนนั้นทั้งคู่คุมทีมชาติอังกฤษและโอลิมเปียกอสตามลำดับ พวกเขาได้พูดคุยกับบอร์ดบริหารในตอนนั้นแต่สุดท้ายตัดสินใจไม่รับงาน อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้ปฏิเสธตัวสโมสร เพียงแต่ทั้งทูเคิลและเด แซร์บี มองว่าตอนนั้นไม่ใช่จังหวะเวลาที่เหมาะสม และทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถหาข้อตกลงที่เห็นพ้องตรงกันได้
แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว แน่นอนว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอยู่ในจุดที่ดีขึ้นทั้งในแง่ของตัวผู้เล่นและโปรเจกต์ทีม แต่การจะคุยกับทูเคิลอาจเป็นกระบวนการที่ยาวนาน เพราะตอนนี้เขามุ่งมั่นกับทีมชาติอังกฤษอย่างเต็มที่
แน่นอนว่ายังมีโค้ชอีกหลายคนที่ถูกนำมาหารือ แต่ขอให้จำปัจจัยเหล่านี้ไว้ให้ดี เพราะสโมสรได้เริ่มวางแผนแล้ว โดยจะเริ่มจากการคุมทีมของผู้จัดการทีมชั่วคราว ซึ่งโซลชามีความมั่นใจมากและพร้อมจะเข้ามาเริ่มงานทันทีที่ได้รับสัญญาณไฟเขียว ส่วน ไมเคิล คาร์ริค และ จอนนี อีแวนส์ จะกลับมาร่วมทีมสตาฟฟ์เบื้องหลังหรือไม่นั้น ต้องรอดูกันต่อไป
ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้าจะเป็นช่วงเวลาที่ยุ่งมากสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการเสาะหาโค้ชใหม่ ปัจจัยเหล่านี้สำคัญมากในการทำความเข้าใจว่าใครจะก้าวเข้ามาเป็นผู้นำโปรเจกต์ของสโมสรในเฟสใหม่ที่จะเริ่มต้นในหน้าร้อนปี 2026